รูปปั้นช้าง / รูปปั้นช้างคู่ / รูปปั้นช้างไทย / รูปปั้นช้างไทยลักษณะยุทธหัตถี / โดย. ช่างปั้นมืออาชีพ คุณเสน่ห์

 

 รูปปั้นช้าง 

 ( PreOrder )

เนื้อทองเหลืองไม่ทำให้เกิดสนิม

  สอบถามราคา โทร. 0800438718 / Line คุณฮาเล่ย์

E-mail: info@artistic-thai-zone.com

ID-Line: artistic-thai-zone

โอนแล้วอย่าลืมแจ้ง คุณฮาเล่ย์ โทร. 0800438718
 *_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_*
" รูปปั้นช้าง " เป็นลักษณะช้างไทยลักษณะดี ช่างปั้นมืออาชีพ คุณเสน่ห์ ได้ศึกษาลักษณะช้างที่จังหวัดอยุธยา ( โดยรวมๆ ) ช่างปั้นมืออาชีพ คุณเสน่ห์ พลิกตำราลักษณะช้างศึกของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  รูปปั้นช้าง ช่างปั้นมืออาชีพ คุณเสน่ห์ ได้สรรค์สร้างบรรจงทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น หัว หู ตา งวง หรือ ลำตัว  เป็นต้น รูปปั้นช้าง การผลิตรูปปั้นช้าง โรงงานคุณเสน่ห์เน้นการผลิตที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน ผ่านการคิวซีโดยคุณเสน่ห์ โดยตรง ทุกๆผลงานที่ผ่านมามีแรงตอบสนองอย่างดีมีการคอมเม้นจากลูกค้าทั้ง ไทย และต่างประเทศ 
ระยะเวลาการสั่งซื้อรูปปั้นช้าง  โดยประมาณ  10 วันขึ้นไป
การส่งสินค้ารูปปั้นช้างส่งผ่านโลจิสโพสต์ ซึ่งมีความปล่อยภัยต่อตัวสินค้ารูปปั้นช้าง
เนื้อทองเหลืองที่ใช้ผลิตสินค้า ได้มารตาฐานสากล มีความคงทนต่อสภาพอากาศ ไม่ว่าจะ ฤดูร้อน ฤดูหนาว ทองเหลืองยังมีคุณสมบัติ ทนต่อ น้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำเค็มหรือน้ำจืด 
 
 *_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_*
                            แต่งบ้าน เรียกโชคลาภ ตามหลักฮวงจุ้ย
"รูปปั้นช้าง" ช้างเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ มีนิสัยที่เป็นมิตรและไม่ดุร้าย เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหารจึงไม่คุกคามชีวิตสัตว์โลกอื่นๆ ในทางด้านของฮวงจุ้ยนำช้างมาใช้ในเรื่องของความสูงใหญ่ เปรียบเป็นภูเขาสูงใหญ่ที่มั่นคงตามหลักของฮวงจุ้ย โต๊ะทำงานของผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการควรอิงผนังทึบและเรียบ เพื่อให้เกิดความมั่นคง แต่ถ้าเกิดว่าสถานที่ทำงานนั้นไม่เอื้ออำนวยจำเป็นต้องนั่งอิงด้านที่เป็นหน้าต่างกระจก ควรจะปิดผ้าม่านให้ทึบและวางรูปปั้นช้างไว้ที่ด้านหลังที่นั่ง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ช้างเพื่อสลายพลังปราณชี่พิฆาตได้ด้วย เช่นห้องทำงานที่มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม บังคับให้ต้องนั่งอิงมุมสามเหลี่ยมซึ่งหมายถึงความไม่มั่นคง และมุมแหลมทิ่มแทงเป็นปราณชี่พิฆาต ในกรณีนี้ก็สามารถนำรูปปั้นช้างมาใช้ได้
 *_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_**_*_*_*_*_*
 

 

ประวัติช้างโบราณ 

    "ช้าง" โดยมากแล้วจะนิยมเลือกใช้ช้างพลายที่กำลังตกมัน ดุร้ายก่อนออกทำสงครามจะกรอกเหล้าเพื่อให้ช้างเมา เกิดความฮึกเหิมเต็มที่โดยจะแต่งช้างให้พร้อมในการรบ เช่นใส่เกราะที่งวงหรืองาเพื่อรื้อทำลายค่ายคูของฝ่ายตรงข้าม เรียกว่า "ช้างกระทืบโรง" หรือล่ามโซ่หรือหนามแหลมที่เท้าทั้งสี่ใช้ผ้าสีแดงผืนใหญ่ปิดตาช้างให้เห็นแต่เฉพาะด้านหน้าเพื่อไม่ให้ช้างตกใจและเสียสมาธิ เรียกว่า "ผ้าหน้าราหู" นักวิชาการที่ทำการศึกษาเรื่องช้างในประเทศไทยเชื่อว่า ภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2ในเดือนเมษายนพ.ศ. 2310ช้างต้นที่เป็นทั้ง รูปปั้นช้างศึกและช้างเผือกในพระราชวังน่าจะอพยพหนีมาอยู่ยังเขาอ่างฤๅไน

 

         ซึ่งในสมัยโบราณช้างที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นช้างต้น จะอยู่ที่ดงพญาเย็นหรือ ดงพญาไฟ ในปัจจุบัน ในปัจจุบันนี้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไนจังหวัดฉะเชิงเทรานักวิชาการเชื่อว่า ช้างป่าที่อาศัยอยู่ ณ ที่นี้น่าจะสืบเชื้อสายมาจากช้างศึกหรือช้างเผือกในสมัยโบราณ เพราะนื่องจากเมื่อปีพ.ศ. 2549 เจ้าหน้าที่ของอุทยาน สามารถบันทึกภาพช้างป่าตัวผู้ตัวหนึ่งที่มีลักษณะตรงตามลักษณะของช้างศึก และให้ชื่อช้างตัวนี้ว่า "รถถัง"และยังพบช้างป่าอีกตัวหนึ่งที่มีลักษณะตรงตามลักษณะช้างศึกอีกเช่นกันอีกทั้งยังเป็นสถานที่พบช้างเผือกในรัชกาลปัจจุบันอีกด้วย

 

         ลักษณะของช้างศึกในการทำสงครามคือ “ช้างศึก” ต้องเป็นช้างพลาย (ช้างเพศผู้) มีลักษณะตรงตามตำราคชลักษณ์คือ รูปร่างใหญ่โตกำยำ หัวกะโหลกหนาและใหญ่ แก้มเต็มสมบูรณ์ หน้าเชิดหลังต่ำงายาวใหญ่มีความโค้งและแหลมคมได้ที่โดยที่ช้างเชือกที่ฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีและสามารถสู้เอาชนะช้างเชือกอื่นได้จะถูกเรียกว่า "ช้างชนะงา" การรบบนหลังช้างนั้นมีตำราคชยุทธของไทยที่ลึกล้ำมากเป็นศาสตร์การรบในแบบไทยที่คนไทยควรภาคภูมิใจแต่ตำราเหล่านั้นถูกเผาสูญหายเกือบหมดเมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 การรบบนหลังช้างเป็นศิลปะการต่อสู้ชั้นสูงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มรบช้างศึกรวมเจ็ดคนด้วยกัน ได้แก่ตำแหน่งคอช้างจะเป็นผู้นั่งคร่อมคอช้าง ถือของ้าวไว้เป็นอาวุธตำแหน่งกลางช้างจะนั่งบนสัปคัป ยามปกติจะถือช่อขนนกยูงไว้สองกำกำละหนึ่งข้างหรืออาจถือธงสัญญานเพื่อให้สัญญาณกองรบทั้งหลาย หากรูปปั้นช้างศึกเข้าสัปยุทธจะคอยส่งอาวุธให้กับคอช้างเพื่อใช้ โดยอาวุธจะเสียบเป็นแพไว้ด้านข้างสับคับประกอบด้วย ปืน ขอ โตมร หอก เป็นต้น อีกตำแหน่งหนึ่งคือท้ายช้างตำแหน่งมีความสำคัญในการบังคับการเคลื่อนที่ข้างช้างให้เร็ว ช้า หยุด เป็นต้นอีกสี่ตำแหน่งเรียกว่า จตุรงคบาท เป็นทหารที่ฝึกมาให้เชี่ยวชาญด้านดาบ หมัดมวยเจนจบกระบวนยุทธเข้าขั้นครูโดยเฉพาะจตุรงเสนาของช้างพระคชาธารพระเจ้าอยู่หัวด้วยแล้วสี่คนนี้คือยอดฝีมือในเชิงยุทธที่สุดในกองทัพเพราะต้องป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้าทำร้ายเท้าของช้างได้การคชยุทธนั้นหากเป็นการคชยุทธโดยการท้าทายระหว่างแม่ทัพใหญ่หรือกษัตริย์ด้วยกันเองนั้นจะเรียกว่า ยุทธหัตถี ซึ่งก็คือการรบด้วยช้างนั่นเองทหารราบห้ามเข้าทำร้ายนักรบและช้างศึกในขณะคชยุทธเป็นการดวลกันระหว่างแม่ทัพ โดยมากจะเกิดขึ้นกับศึกใหญ่เพราะศึกใหญ่ที่มีการนำพลออกสู้ศึกกันในที่กลางแจ้งแล้วเป็นช่วงที่แม่ทัพต่างก็อยู่ในสนามรบทั้งคู่แสดงว่านั่นต้องเป็นทัพหลวงที่มีกำลังพลมากมายมหาศาลแน่นอน ดังนั้นการปล่อยให้กำลังพลมหาศาลขนาดนั้นเข้ารบตะลุมบอนกันย่อมเกิดความสูญเสียมากมายเหลือคณานับ ดังนั้น แม่ทัพใหญ่หรือกษัตริย์จะตัดสินกันด้วยการรบบนหลังช้างนี่เอง

 

                                        ติดต่อสอบถามข้อมูล

                                  โทร. 0800438718 คุณฮาเล่ย์

                               E-mail:info@artistic-thai-zone.com

                                     ID-line:artistic-thai-zone

Visitors: 94,415